สาหร่ายคลอเรลล่า (Chlorella)

Last updated: Oct 3, 2019  |  1866 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ VIDEO (Products)

สาหร่ายคลอเรลล่า (Chlorella)

ประโยชน์ของสาหร่ายคลอเรลล่า
1. สาหร่ายคลอเรลล่า (Chlorella) เป็นพืชน้ำที่มีคลอโรฟิลสูงสุดช่วยในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น และเป็นแหล่ง   โปรตีน วิตามิน เกลือแร่
2. อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีน และวิตามินบีคอมเพล็กซ์
3. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ต่อต้านมะเร็งชนิดต่าง ๆ ไวรัส เนื้องอก
4. ขจัดโลหะหนักออกจากร่างกาย ได้แก่ สารปรอท ตะกั่ว ดีดีที
5. ลดกรดในร่างกาย ช่วยบำบัดกรดไหลย้อยกลับ
6. ช่วยระบบการย่อยอาหาร
7. บำรุงผิวพรรณ สดใส ชะลอความชรา


คุณค่าทางโภชนาการและคุณประโยชน์ของคลอเรลล่า
1. คลอเรลล่า มีโปรตีนอยู่ถึงร้อยละ 60 ในขณะที่ถั่วเหลืองให้โปรตีนร้อยละ37 เนื้อไก่ร้อยละ 34 เนื้อวัวร้อยละ 20-30 และเนื้อปลาร้อยละ 15-20 จึงนับว่าคลอเรลล่าเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ
2. เมื่อสกัดคลอเรลล่า ด้วยเทคนิค electrophoresis พบสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า chlorella growth factor(cfg) :ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถเพิ่มการเจริญเติบโตของร่างกายได้
3. คลอเรลล่า มีคลอโรฟิลล์สูงมากกว่าพืชชนิดอื่นๆโดยมีอยู่ 2 มก.ต่อ 100 กรัมหรือเท่ากับ 3-5% ของน้ำหนัก คอลโรฟิลล์มีสรรพคุณในการช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายโดยดูดซับเอาสารพิษไว้ใน ลำไส้ เพื่อขับถ่ายออก ไป ไม่ให้มีโอกาสแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด คลอโรฟิลล์ยังมีสรรพคุณทางกระตุ้นการสมานคืนของเนื้อเยื่อ จึงช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น
4. คลอเรลล่า มีวิตามินอยู่ในปริมาณต่างๆกัน แต่ที่สำคัญคือวิตามินบี12 ซึ่งเป็นวิตามินที่มักพบเฉพาะในเนื้อสัตว์ และมีต่ำมากในพืช คอลเรลล่า ถ้าขาดสำคัญตัวนี้ ยังผลให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคโลหิตจาง อีกวิตามินหนึ่งที่มีมากในคลอเรลล่าคือ วิตามินเอ
5. คลอเรลล่า มีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงถึง 180 มก.ต่อ 100 ก. มีผลการศึกษาที่ยืนยันว่าเบต้าแคโรทีน มีบทบาทในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ผู้ที่รับประทานเบต้าแคโรทีนสูง มีโอกาสเกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆน้อยกว่าคนทั่วไป
6. ผนังเซลส์ที่กะเทาะแล้วของคลอเรลล่า มีคุณค่าเป็นเส้นใยอาหารที่ช่วยย่อยและกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ให้เกิดความเคลื่อนไหวเป็นปกติ ลดอาการท้องผูก

Powered by MakeWebEasy.com